7 สถานที่เที่ยวในโคลัมเบีย ประเทศเล็ก ๆ ที่มีความสวยงามทางธรรมชาติ และประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ

7 สถานที่ท่องเที่ยว ประเทศโคลัมเบีย

สำหรับใครที่อยากจะไปท่องเที่ยวที่ใดสักแห่งบนโลก แต่ยังคิดไม่ออกว่าจะไปที่ใด ประเทศโคลัมเบียเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีมาก ๆ เพราะนอกจากจะมีธรรมชาติที่สวยงามแล้ว สถานที่ท่องเที่ยวของประเทศนี้ก็สวยงามไม่แพ้ที่ใดอีกด้วย วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับ 7 สถานที่เที่ยวที่สวยงามในประเทศโคลัมเบียกัน

1.แม่น้ำคาโญ่ คริสตาเลส (Caño Cristales)

โคลัมเบีย แม่น้ำคาโญ่ คริสตาเลส

เริ่มกันที่สถานที่มีความสวยงามโดยการสร้างสรรค์จากธรรมชาติอย่างม่น้ำคาโญ่ หรือ แม่น้ำ 5 สี แม่น้ำแห่งนี้มีความสวยงามจนได้รับขนานานามว่าเป็นแม่น้ำที่สวยที่สุดในโลก ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติSerranía de la Macarena เมืองLa Macarena

แม่น้ำแห่งนี้มีพืชน้ำนานาชนิด น้ำในแม่น้ำมีความใสมากจนมองเห็นสาหร่ายและพืชเฉพาะถิ่น Macarenia clavígeraในปริมาณมาก พืชชนิดนี้พบได้ในแม่น้ำท้องถิ่นบางแห่งเช่นCaño Siete Machos พืชจะมีลักษณะเป็นสีแดง ชมพู น้ำเงิน เขียว เหลือง แตกต่างกันออกไป พืชสีแดงจะเกาะแน่นตามโขดหินในสถานที่ที่แม่น้ำมีกระแสน้ำเร็ว และความสวยงามของธรรมชาติเหล่านี้ก็เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้นักท่องเที่ยวต่างพากันหลั่งไหลเข้ามาชม ช่วงที่เหมาะจะมาท่องเที่ยวที่สุดคือหมดช่วงฝนในปลายเดือนมิถุนายน – พฤศจิกายนเพราะเป็นช่วงที่แม่น้ำแห่งนี้จะมีความสวยงามมากที่สุดนั่นเอง

2.เมือง Cartagena (Cartagena)

เมือง Cartagena โคลัมเบีย

เมือง Cartagenaเป็นเมืองที่มีความสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองอย่างอาคารยุคอาณานิคมสเปนและกำแพงรอบป้อมที่ตั้งตะหง่านอยู่ ที่นี่จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมากเมื่อเดินทางมาเที่ยวที่โคลัมเบีย

Cartagena ก่อตั้งขึ้นในปี 1533 โดย Pedro de Heredia ตั้งชื่อตามเมือง Cartagena ของประเทศสเปน เมืองนี้ตั้งอยู่ในเชิงกลยุทธ์ระหว่าง Magdalena และSinú Rivers บนชายฝั่งทะเลแคริบเบียนทางตะวันออกเฉียงเหนือของโคลัมเบีย ทำให้เมืองนี้กลายเป็นเมืองท่าการค้าที่สำคัญมากสำหรับสเปน ในช่วงยุคอาณานิคม ในปี1533 – 1717

เมืองนี้ได้สร้างกำแพงเพื่อป้องกันผู้อยู่อาศัยจากการถูกปล้นโดยโจรสลัด ปัจจุบันกำแพงยังคงตั้งตระหง่านและกลายเป็นภาพที่น่าชมของเมืองและสถาปัตยกรรมที่มีสีสัน กำแพงของ Cartagena เสริมด้วยป้อมปราการ จุดประสงค์ของการสร้างกำแพงนี้ก็เพื่อป้องกันการรุกรานของฝรั่งเศสและอังกฤษนั่นเอง

3.อุทยานแห่งชาติ Tayrona (Tayrona National Park)

อุทยานแห่งชาติ Tayrona โคลัมเบีย

อุทยานแห่งชาติ Tayrona ตั้งอยู่ในทะเลแคริบเบียนทางตอนเหนือของโคลัมเบีย อุทยานแห่งชาติแห่งนี้ครอบคลุมพื้นที่ทั้งทางบกและทางทะเล และเป็นอุทยานแห่งชาติที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับที่ 2 ของประเทศโคลัมเบีย

ที่อุทยานแห่งชาติแห่งนี้เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สำรวจธรรมชาติ ที่สามารถพบได้ทั้งบนบกและใต้ทะเล แต่บริเวณทะเลนั้นจะขึ้นชื่อเรื่องกระแสน้ำและคลื่นที่ไหลแรง ดังนั้นการดำน้ำดูปะการังจึงควรทำด้วยความระมัดระวังเป็นอย่างมาก และสามารถดำน้ำได้แค่นักว่ายน้ำที่มีประสบการณ์เท่านั้น จึงไม่ถือว่าเป็นชายหาดที่เล่นน้ำได้อย่างปลอดภัย แต่ที่นี่ก็ยังมีทิวทัศน์ที่สวยงามให้ได้ชมกัน นอกจากนี้ภูเขายังเป็นอีกหนึ่งในจุดเด่นของอทยานแห่งชาติและเป็นหนึ่งในไฮไลท์ชั้นนำของ Sierrra Nevada de Santa Marta อีกด้วย

4.พิพิธภัณฑ์ทองคำ (Calima Gold Museum)

พิพิธภัณฑ์ทองคำ โคลัมเบีย

พิพิธภัณฑ์ทองคำ (Calima Gold Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์ทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ภายในอาคาร Bank of the Republic ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์โบราณคดีที่อุทิศให้กับวัฒนธรรม Calima ซึ่งตั้งอยู่ในศูนย์กลางประวัติศาสตร์ของ Santiago de Cali ประเทศโคลัมเบีย พิพิธภัณฑ์ทองคำ เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งที่ 9 ที่สร้างขึ้นโดยธนาคารแห่งสาธารณรัฐโคลัมเบีย เพื่อแสดงถึงการแสดงออกทางศิลปะและวัฒนธรรมของประชากรในยุคก่อนสเปน นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ทองคำหกแห่งของธนาคารที่ตั้งอยู่ทั่วโคลัมเบียโดยพิพิธภัณฑ์หลักก็คือพิพิธภัณฑ์ทองคำในโบโกตา

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ประกอบไปด้วยทองคำเซรามิกหินไม้เปลือกหอยและวัสดุอื่น ๆ จำนวน 615 ชิ้น ที่สร้างโดย Llama, Yotoco และ Sonso ซึ่งในอดีตเคยอาศัยอยู่ในภูมิภาคนี้  ชิ้นส่วนทางโบราณคดีที่สร้างขึ้นโดยสังคมที่สี่ที่เรียกว่ามาลากาน่า สามารถพบได้ในพิพิธภัณฑ์ทองคำในโบโกตา ชิ้นส่วนเหล่านี้ไม่รวมอยู่ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เนื่องจากข้อ จำกัด ในการจัดเก็บนั่นเอง

5.เมืองGuatapé

เมืองGuatapé โคลัมเบีย

Guatapé” มาจากภาษา Quechua ซึ่งเกี่ยวข้องกับ “ก้อนหินและน้ำ” อีกชื่อหนึ่งที่เมืองนี้มีมาก่อนคือ “La Ceja de Guatapé นั่นเอง Guatapéเป็นเมืองและเขตเทศบาลในกรม Antioquia ประเทศโคลัมเบีย เป็นส่วนหนึ่งของอนุภูมิภาคของ Eastern Antioquia และอยู่ห่างจากMedellín 79 กิโลเมตรหรือ49 ไมล์ เมืองนี้เป็นสถานที่ชุมนุมของ “ลาสเวกัส” หรือฟาร์มขนาดเล็กในพื้นที่

Guatapé มีการเปลี่ยนแปลงตลอดประวัติศาสตร์ โดยส่วนใหญ่เป็นเมืองเกษตรกรรมที่อาศัยปศุสัตว์เกษตรกรรมและเหมืองแร่ Empresas Públicas de Medellín ที่นี่มีการสร้างศูนย์ไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่ในปี 1970 ด้วยการสร้างเขื่อนแห่งนี้ทำให้เมืองGuatapéกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตไฟฟ้าที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ

เมืองนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักเดินทางจากMedellín มี El Peñón de Guatapéซึ่งเป็นหินขนาดใหญ่ที่เป็นจุดน่าสนใจเป็นอย่างมาก นักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นไปตามบันได หรือนักท่องเที่ยวที่ชอบการผจญภัยก็สามารถปีนเขาขึ้นไปชมความสวยงามได้

6.วิหารเกลือซีปากีรา (Salt Cathedral of Zipaquira)

วิหารเกลือซีปากีรา โคลัมเบีย

อีกหนึ่งสถานที่ที่มีความน่าสนใจในประเทศโคลัมเบียก็คือวิหารเกลือซิปากีรา วิหารแห่งนี้เป็นโบสถ์โรมันคาธ อลิก ชั้นใต้ดินที่สร้างขึ้นภายในอุโมงค์ของเหมืองเกลือ มีความยาว 200 เมตร หรือ660 ฟุต วิหารเกลือชีปากีราเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่แสวงบุญของประเทศ  พระวิหารด้านล่างมีสามส่วนซึ่งแสดงถึงการประสูติชีวิตและการสิ้นพระชนม์ของพระเยซู ไอคอนเครื่องประดับและรายละเอียดทางสถาปัตยกรรม แกะสลักด้วยมือในหินเฮไลท์ มีประติมากรรมหินอ่อนบางส่วน

มหาวิหารแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในความสำเร็จที่โดดเด่นที่สุดของสถาปัตยกรรมโคลัมเบีย  ได้มีการอธิบายว่าเป็น “อัญมณีแห่งสถาปัตยกรรมสมัยใหม่”  อาสนวิหารแสดงให้เห็นถึงมรดกทางวัฒนธรรมสิ่งแวดล้อมและศาสนาที่มีคุณค่าสำหรับชาวโคลัมเบีย และด้วยความสวยงามที่กล่าวมาจึงทำให้อาสนวิหารแห่งนี้เป็นโบสถ์ที่มีผู้มาเยี่ยมชมมากถึง 3,000 ด้วยกัน

7.ทะเลสาบสีชมพู (Salinas de Galerazamba)

ทะเลสาบสีชมพู โคลัมเบีย

สถานที่สุดท้ายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทาธรรมชาติที่น่าแปลก แต่กลับมีความสวยงามและมีเสน่ห์ในตัวของสถานที่นี่เอง Galerazamba เป็นเมืองที่อบอุ่นเงียบสงบและสนุกสนาน มีผู้อยู่อาศัยประมาณหนึ่งพันคนในเขตเมือง หนึ่งในเหตุผลหลักในการเยี่ยมชมเมืองนี้คือ “ทะเลสีชมพู” ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนมีนาคม แฟลตเกลือจะเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มเหมือนเกลือใกล้จะระเบิด นอกจากนี้ยังเป็นเดือนที่มีคนในท้องถิ่นชอบมากที่สุดเพราะประชากรที่นี่ประมาณ100-300 คนประกอบอาชีพการทำงานในแฟลตเกลือนั่นเอง

แม้ว่าแฟลตเกลือเหล่านี้จะรู้จักกันในชื่อทะเลสีชมพูของโคลัมเบีย แต่นี่ไม่ใช่ทะเล มันเป็นทะเลสาบมากกว่า การให้สีเป็นสีชมพูนั้นเกิดจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่ได้จากความเข้มข้นของน้ำเกลือในน้ำสูง และการปรากฏตัวของสาหร่ายฮาโลฟิลิกที่เรียกว่า Mugwort สาหร่ายชนิดนี้อาศัยอยู่ในส่วนลึกของน้ำเค็มของ Galerazamba และผลิตสาร carotenoid ที่มีสีแดงและสีส้ม ทั้งสองอย่างนี้ทำให้น้ำมีสีชมพูนั่นเอง

สำหรับใครที่ชื่นชอบในการออกเดินทางไปท่องเที่ยวรอบโลกหรือชอบในการเดินทางไปยังสถานที่ใหม่ ประเทศโคลัมเบียนับว่าเป็นอีกหนึ่งประเทศที่น่าอยู่และน่าเที่ยวมาก ๆ เพราะนอกจากจะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามมากมายแล้ว ผู้คนในเมืองยังเป็นมิตรอีกด้วย


เรียบเรียงโดย นางสาวราชาวดี ไชยแสง

นักศึกษาฝึกงานระดับปริญญาตรี คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ

ขอบคุณภาพจาก shutterstock

ขอบคุณทุกๆท่านที่ให้ความสนใจเข้ามาอ่านอย่างมากครับ

หากชอบบทความ หรือเห็นว่าเป็นประโยชน์ สามารถกดแชร์ ให้เพื่อนๆได้อ่านต่อด้วยนะครับ

สามารถติดตามเราได้ที่ Facebook www.facebook.com/greenlandholiday

หากสนใจเดินทางท่องเที่ยว หรือขอคำปรึกษาเกี่ยวกับทัวร์ต่างประเทศ

กรุณาติดต่อ โทร. 022949742

greenlandtour@hotmail.com

Line id : @greenlandtour

www.greenlandholidaytour.com