เที่ยวอุทัยธานี เมืองแห่งความสงบ Unseen Thailand

สถานที่ท่องเที่ยวอุทัยธานี

อุทัยธานีเป็นจังหวัดเล็กๆริมแม่น้ำสะแกกรัง เป็นเมืองแห่งความเงียบสงบ สามารถชื่นชมธรรมชาติได้อย่างสงบและสบายใจ แถมยังมีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนที่น่ารักและน่าหลงใหลเป็นอย่างมาก และยังเป็นจุด Unseen Thailand อย่างมากมาย เมืองแห่งนี้เป็นเมืองแห่งความสโลว์ไลฟ์มีสถานที่ ที่น่าสนใจและยังมีอาหารการกินที่ขึ้นชื่อและได้รับความชื่นชมด้านรสชาดแห่งความอร่อย เรามาทำความรู้จักแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงโด่งดังและน่าสนใจในจังหวัดนี้กันเลย

 วัดท่าซุง

วัดท่าซุง

วัดท่าซุง หรือ วัดจันทาราม เป็นวัดเก่าแก่ของจังหวัดอุทัยธานี จุดเด่นของวัดท่าซุงคือ องค์พระพุทธชินราชจำลองวัดท่าซุงเป็นวัดที่มีชื่อเสียงงดงามของเมืองอุทัยธานี  ได้มีการพัฒนาและเป็นที่รู้จักเมื่อพระราชมหาวีระ ถาวาโร (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) พระเถระที่มีชื่อเสียง ได้มาสร้างอาคารมากมายเป็นที่โดดเด่น คือ พระวิหารแก้วที่ประดิษฐาน พระพุทธชินราชจำลอง และร่างของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ที่ไม่เน่าเปื่อยเป็นปราสาททองคำที่มีการตกแต่งด้วยทองคำมากมายตระการตาสร้างด้วยฝีมือที่มีความวิจิตรประณีตงดงาม และยังได้ทำบูรณะ อาคารและถาวรวัตถุต่างๆมากมาย จำนวน 144 รายการในวัด ทั้งหมดก่อสร้างขึ้นเป็นราคา 611,949,193 บาท สิ่งก่อสร้างทั้งในวัดและนอกวัด หอสวดมนต์  พระพุทธรูปต่างๆ, ศาลาการเปรียญ, วิหาร 100 เมตร, โบสถ์ใหม่, บูรณะโบสถ์เก่า, ศาลา 2 ไร่ – ศาลา 4 ไร่ และ ศาลา 12 ไร่, หอไตร,พระจุฬามณี โรงพยาบาลศูนย์แม่และเด็ก ชนบทที่ 61,ศูนย์สงเคราะห์ผู้ยากจนในแดนทุรกันดารตามพระราชประสงค์  โรงไฟฟ้า,  มณฑปท้าวมหาราชทั้ง 4, พระบรมราชานุสาวรีย์ 6 พระองค์, พระชำระหนี้สงฆ์, โรงเรียนพระสุธรรมยานเถระวิทยา เป็นต้น

วัดถ้ำเขาวง

วัดถ้ำเขาวง

วัดถ้ำเขาวง มีการจัดภูมิทัศน์ที่สวยงามเป็นอย่างมากสร้างความเป็น Unseen Thailand โดยมีฉากหลังเป็นหินปูนสูงตระหง่าน พอเข้ามาถึงในวัดความรู้สึกก็จะเหมือนทะลุมิติมาอยู่ท่ามกลางสวรรค์ ตัววัดถ้ำเขาวง ศาลาวัดทำด้วยไม้ทั้งหลังเป็นทรงไทยโบราณตั้งอยู่บริเวณตีนเขา ล้อมรอบด้วยธรรมชาติที่สวยงามจากการตกแต่งและสร้างสรรค์ของทางวัดถ้ำเขาวง และยังมีจุดถ่ายรูปสวยๆทั้งสะพานไม้ข้ามบ่อน้ำ โดยการถ่ายรูปนั้นถ้ายืนกลางสะพานจะสามารถถ่ายรูปออกมาโดยมีศาลาวัดถ้ำเขาวงเป็นฉากหลังอันสวยงามบนตัวศาลาของวัดถ้ำเขาวง สำหรับพุทธศาสนิกชนประกอบพิธีตามศาสนา สามารถมองลอดหน้าต่างไปเห็นทิวทัศน์อันสวยงาม และมีภาพพื้นหลังเป็นภูเขาสูงชัน รวมทั้งยังมีพระพุทธบาทจำลอง ไว้ให้กราบไหว้บูชากันอีกด้วยนอกจากนี้ก็ยังมีทางเดินเพื่อไปชมถ้ำหลายแห่งที่อยู่ด้านหลังวัดเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการไปทำสมาธิและยังเป็นสถานที่นั่งวิปัสสนาของพระภิกษุสงฆ์อีกด้วย

หุบป่าตาด

หุบป่าตาด

หุบป่าตาดคือเทือกเขาหินปูน ที่ตั้งโดดเด่นอยู่ท่ามกลางพื้นที่ราบและพื้นที่ทำการเกษตรกรรมของชาวบ้านเทือกเขาหินปูนลูกนี้มีภูเขาหินปูนย่อยๆอีก5เขา  ได้แก่ เขาฆ้องชัย  เขาปลาร้า เขาน้ำโจน เขาน้อย และเขาห้วยโศก ทั้งหมดเป็นที่ตั้งของหุบป่าตาดขาหินปูนที่นี่เป็นหินปูนที่มีอายุเก่าแก่ถึง 245-286 ล้านปี

ภูเขาหินปูนลูกนี้ถูกสายฝนตกลงมานาน น้ำฝนที่มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อน ๆ ที่สามารถทำลายและละลายหินปูนได้ ค่อยๆไหลกัดเซาะไปตามรอยแตกภายในเขาหินปูนลูกนี้ จนเกิดเป็นโพรงถ้ำขนาดใหญ่อยู่ภายในขุนเขา ทำให้เกิดเป็นถ้ำขึ้น

ถ้ำแห่งนี้เป็นถ้ำปิดในภูเขาที่มนุษย์ไม่สามารถเข้าไปได้ ขณะที่ด้านบนเทือกเขาที่เป็นหลังคาถ้ำนั้นก็เป็นผืนป่า ตามพืชพันธุ์ธรรมชาติในยุคดึกดำบรรพ์กระทั่งเกิดการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลกอย่างเฉียบพลัน ทำให้เพดานถ้ำหรือหลังคาถ้ำพังถล่มลงมา เกิดเป็นหลุมยุบ หุบ ปล่อง หรือบ่อขนาดใหญ่ในภูเขา (ห้วยโศก) ซึ่งมีความสูงของขอบบ่อประมาณ 150-200 เมตร

ส่วนหลังคาถ้ำที่เป็นผืนป่าเมื่อพังหล่นลงมาก็นำพืชพันธ์ไม้โบราณเหล่านั้นหล่นตามลงมาด้วย และด้วยความชุ่มชื้นอุดมสมบูรณ์ทำให้ป่าโบราณเหล่านี้ยังคงเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง เมื่อในปี พ.ศ. 2522 พระครูสันติธรรมโกศล เจ้าอาวาสวัดถ้ำทอง ท่านได้เข้ามาธุดงค์และนั่งวิปัสสนากรรมฐานที่บริเวณเขาห้วยโศก และก็มีเหตุการณ์บังเอิญให้ต้องปีนลงไปในหุบเขาแห่งนี้ ทำให้ท่านพระครูถึงกับอึ้งและตะลึงในความสวยงามที่น่าทึ่งของผืนป่าโบราณที่เต็มไปด้วยต้นตาด เมื่อรู้ว่ามีสถานที่สวยๆและถือว่าเป็นของดีที่ซ่อนอยู่ภายในหุบเขาห้วยโศก จึงได้มีการประกาศให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์ในปี พ.ศ. 2527 เพื่อพัฒนาหุบป่าตาดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ พร้อมทั้งมีการระเบิดเจาะภูเขาเป็นประตูอุโมงค์ถ้ำเพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงหุบป่าตาดได้สะดวกสบายขึ้น โถงถ้ำกลางหุบเขาช่วงนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของหุบป่าตาดที่หินงอกหินย้อยอันสวยงามปรากฏอยู่ทั่วไป แม้หินส่วนใหญ่จะเป็นหินตาย แต่ก็ยังคงมีหินเป็นบางส่วนที่กำลังเกิดเติบโตขึ้นมา

วัดโบสถ์มโนรมย์

วัดโบสถ์มโนรมย์

วัดโบสถ์นั้นย้อนกลับไปได้ในถึงปีพ.ศ. 2324  วัดตั้งอยู่บนเกาะเทโพ ริมฝั่งแม่น้ำสะแกกรัง กระทั่งในปีพ.ศ. 2444 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงเสด็จประพาสเมืองอุทัยธานีมาทางลำน้ำสะแกกรัง ชาวเมืองอุทัยธานีได้ร่วมกันสร้างแพโบสถ์น้ำเพื่อใช้เป็นแพรับเสด็จและยังมีการร่วมกันจัดการสร้างพระพุทธรูปหล่อเงิน ศิลปะแบบรัตนโกสินทร์เพื่อถวายพระองค์ก็ทรงรับ และพระราชทานคืนให้ชาวเมืองเก็บไว้เพื่อสักการบูชาที่วัดอุโบสถารามจนถึงปัจจุบันและกระทั่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเสด็จประพาสมาเยี่ยมเยือนหัวเมืองฝ่ายเหนือในปี พ.ศ. 2449 และได้ทรงพระราชทางสิ่งของต่างๆไว้ให้ที่วัดอุโบสถารามอีกมากมาย เช่น ย่ามสักหลาด บาตรฝาประดับมุก  บาตรทองเหลือง ตะเกียง ฯลฯ ซึ่งปัจจุบันสิ่งของเหล่านี้ยังสามารถหาชมได้อยู่ ซึ่งทางวัดได้เก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี

และยังมีสิ่งขึ้นชื่ออีกอย่างของวัดนี้ก็คือ ภาพเขียนจิตรกรรมฝาผนังสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นที่อยู่ภายในโบสถ์ภาพวาดนั้นเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติเริ่มตั้งแต่ประสูติจนถึงปรินิพพาน ส่วนภาพจิตรกรรมในวิหารเขียนเป็นภาพปลงสังขาร และภาพพระพุทธเจ้าเสด็จโปรดเทพยดาบนสวรรค์  ฝาผนังด้านบนเป็นภาพพระสาวกชุมนุม

นอกจากนั้นใกล้กับวัดอุโบสถารามยังมี สะพานข้ามแม่น้ำสะแกกรัง ซึ่งถือเป็นจุดชมวิวชุมชนลุ่มน้ำสะแกกรังสวยที่สุดอีกจุดหนึ่ง บริเวณริมแม่น้ำเรายังได้เห็นวิถีชีวิตของชาวบ้านริมแม่น้ำสะแกกรัง ที่ยังดำเนินชีวิตแบบถ้าใครมาในช่วงพระอาทิตย์จะตกดิน จะได้เห็นความงามในช่วงที่สวยที่สุดที่หาดูที่อื่นไม่ได้นอกจากที่วัดอุโปสถารามนี้ด้วย


เรียบเรียงโดย นางสาวอรญา  โหมดวัฒนะ

นักศึกษาฝึกงานมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ

ขอบคุณภาพจาก shutterstock

ขอบคุณทุกๆท่านที่ให้ความสนใจเข้ามาอ่านอย่างมากครับ

หากชอบบทความ หรือเห็นว่าเป็นประโยชน์ สามารถกดแชร์ ให้เพื่อนๆได้อ่านต่อด้วยนะครับ

สามารถติดตามเราได้ที่ Facebook www.facebook.com/greenlandholiday

หากสนใจเดินทางท่องเที่ยว หรือขอคำปรึกษาเกี่ยวกับทัวร์ในประเทศกรุณาติดต่อ

โทร. 022949742

greenlandtour@hotmail.com

Line id : @greenlandtour

www.greenlandholidaytour.com