มาชูปิกชู อาณาจักรมหัศจรรย์แห่งอินคา

มาชูปิกชู อาณาจักรมหัศจรรย์แห่งอินคา

โลกมนุษย์ของเรานั้นมีมาหลายยุคหลายสมัยก่อนเข้าถึงโลกในยุคปัจจุบันซึ่งมนุษย์ยุคปัจจุบันชอบที่จะเรียนรู้วัฒนธรรม วิถีชีวิต อารยธรรม ของมนุษย์ในยุคก่อน ซึ่งอารยธรรมและอาณาจักรของมนุษย์ในโลกมีมากมาย แต่อาณาจักรของอินคา มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก และร่องรอยอารยธรรมก็ยังหลงเหลืออยู่ให้เห็นในปัจจุบัน มาชูปิกชู กลายเป็น 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกและเป็นร่องรอยของอาณาจักรอินคา เรามาทำความรู้จักของสถานที่อันลึกลับท่ามกลางหุบเขาแห่งนี้กัน

มาชู ปิกชูหรือ อาณาจักรสาบสูญแห่งอินคา เป็นหนึ่งในอารยธรรมโบราณของโลก ที่เคยเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุดและล่มสลายอย่างง่ายดายโดยโรคระบาด และการล่าอาณานิคมของสเปน  มาชู ปิกชู ตั้งอยู่บนเทือกเขาสูงในประเทศเปรู อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 2,350 เมตร จึงยากที่จะเข้าถึง เพราะมีที่ตั้งอยู่บนที่ราบสูงแอนดิส ลึกเข้าไปในป่าอเมซอน และอยู่เหนือแม่น้ำอุรุบัมบา เป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างของอารยธรรมอินคา ซึ่งเป็นอารยธรรมที่ใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาใต้ มีการแผ่ขยายอาณาเขตครอบคลุมประเทศเปรู ประเทศเอกวาดอร์ ตอนใต้ของประเทศโคลอมเบีย ภาคตะวันตกและภาคใต้ของประเทศโบลิเวีย ตอนเหนือของประเทศชิลี และบริเวณตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศอาร์เจนตินา ถือเป็นอาณาจักรที่มีความเจริญและกว้างขวางมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก

เหตุผลของการสร้างมาชูปิกชู

มาชูปิกชู

กษัตริย์ของชาวอินคา ถูกยกย่องและแต่งตั้งให้เป็น “บุตรของพระอาทิตย์” เพราะชาวอินคา นั้นเชื่อในเรื่องของ ดวงอาทิตย์หรือสุริยะ ว่าเป็นผู้ให้กำเนิดเผ่าพันธุ์ นับถือ ดวงจันทร์ ดาว และโลก มีการตั้งสมมุติฐานว่า มาชูปิกชูมีการปกครองโดยนักบวชของลัทธิบูชาสุริยะ และมีการทำพิธีถวายหญิงสาวเป็นเครื่องสังเวยแก่พระเจ้า หรือที่เรียกว่าการทำพิธีบูชายัน และที่นี่ก็ยังเป็นป้อมปราการด่านสุดท้ายของชาวอินคาที่ต่อสู้กับชาวสเปนอีกด้วย

อีกข้อสมมุติฐานอีกข้อคือ มาชู ปิกชู น่าจะเคยเป็นที่อาศัยของนักบวชเพื่อใช้ในการสังเกตการณ์การโคจรของดวงอาทิตย์ เป็นสถานที่จำลองตำนานกำเนิดโลก และจักรวาลตามความเชื่อของอารยธรรมชาวอินคา เนื่องจากมีหน้าต่างที่ดวงอาทิตย์จะโคจรมาอยู่ตรงกลางพอดีในวันสิ้นสุดฤดูร้อน และวันสิ้นสุดฤดูหนาว ส่วนแท่นบูชายัน ก็จะมีไว้เพื่อเป็นหอสังเกตการณ์การวงโคจรของดวงอาทิตย์เช่นกัน

แดนมหัศจรรย์มาชู ปิคชู  นักประวัติศาสตร์ชาวอเมริกันได้พบ ดินแดนมหัศจรรย์มาชู ปิคชูโดยบังเอิญ เนื่องจากได้พบซากเมืองที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพังของสิ่งก่อสร้าง บ้านเรือนของชนเผ่าอินคาในอดีตนั้นเรียงรายปรากฏอยู่บนยอดเขาสูง ซึ่งแทบไม่น่าเชื่อว่าชนเผ่าอินคาจะลำเลียงก้อนหินขนาดต่างๆขึ้นไป ก่อสร้างบ้านเมืองตรงนั้นได้และเชื่อว่าใช้มนุษย์ก่อสร้าง 100 เปอร์เซนต์ เป็นบ้านเมืองขนาดเล็กที่เต็มไปด้วย ถนน  วิหาร บ้านเรือน และอนุสาวรีย์ ที่เรียงรายเป็นระเบียบสวยงาม ที่บ่งบอกถึงความสามารถทางสถาปัตยกรรม

มาชู ปิคชู สร้างอยู่บนยอดเขาโดดเด่นตัดขาดจากโลกภายนอก ห่างไกลจากนครหลวงคูซโค ตามตำนานเล่าว่า ชาวอินคาสร้างนครนี้เพื่อเป็นที่อาศัยของหญิงพรหมจารี ที่ปฏิบัติ ศาสนกิจถวายสุริยเทพ และเรื่องดังกล่าวนี้นักโบราณคดีในยุคปัจจุบัน สันนิษฐานว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่สิ่งที่โดดเด่นของมาชู ปิคชูก็คือ ผลงานทางด้านสถาปัตยกรรม โดยเฉพาะสิ่งก้อสร้างที่เป็น อนุสาวรีย์ขนาดมหึมาที่ก่อสร้างด้วยแท่นหินขนาดใหญ่ ที่วางเชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์แบบ นับได้ว่าเป็นเรื่องแปลกมากว่าที่พวกเขาจะเรียนรู้ เทคโนโลยีการขนย้ายแท่งหินขนาดยักษ์ที่มาเรียงรายต่อกันสูงเป็นชั้นๆ ได้เรียบสนิท โดยไม่ใช้ล้อเลื่อนหรือลูกรอก นับเป็นปริศนา ที่ไม่มีใครทราบจนกระทั่งถึงจนปัจจุบัน

อาณาจักรอินคาคือ

ชนเผ่าอินคาอยู่ทวีปอเมริกาใต้ ส่วนใหญ่มีเนื้อที่อยู่ที่ประเทศเปรูปัจจุบัน มีนครคูซโคเป็นจุดศูนย์กลางเป็นแหล่งอารยธรรมที่เจริญที่สุดในทวีปอเมริกาใต้ อาณาจักรอินคา ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ ที่มีลักษณะภูมิประเทศและภูมิอากาศเป็นอันเหมาะสมกับวัฒนธรรมและการดำรงชีวิตอย่างแท้จริง

อาณาจักรอินคา ได้ครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 1,950,000 ตารางกิโลเมตร อารยธรรมสูงสุดของชาวอินคาที่เป็นแบบอย่างแก่ชนเผ่าอื่นแถบอเมริกาใต้มานานมากกว่าพันๆปี ที่โดดเด่นมากคือรูปแบบการจัดระเบียบทางสังคมที่ทำให้ประชากรนับตั้งแต่ ระดับสูงสุด ระดับจักรพรรดิ ลงมาจนถึงชาวไร่ชาวนา ได้ทำงานตามบทบาทตำแหน่งหน้าทีของตนเองหรือสถานภาพอย่างมีประสิทธิภาพและมีอิสระเสรี

ความเจริญรุ่งเรืองของชาวอินคาและยังรวมไปถึง ทางด้านสถาปัตยกรรม ประติมากรรม ระบบชลประทาน และวิศวกรรมโยธา ชาวอินคามีความรู้จักวิธีการทำถนนซึ่งจะวางระบบในการเชื่อมโยงพื้นที่ต่างๆ ภายในราชอาณาจักรได้เป็นอย่างดีเยี่ยมและมีถนนมีสะพาน ทำให้ชนชาตินี้สามารถควบคุมผู้คนที่อยู่ในดินแดนห่างไกลได้มากกว่าล้านคน โดยผู้คนเหล่านั้นส่วนใหญ่เป็นชนเผ่าในแถบเดียวกับที่พวกเขาไปพิชิต ล่าอาณาเขตมาได้

ชาวอินคานั้นจะใช้การเดินเท้าในการเดินทาง จะมีที่พักตามรายทางเป็นระยะๆ  จนอาณาจักรแห่งนี้ได้ล่มสลายจากการล่าอาณานิคมของประเทศสเปน  อีกทั้งโรคระบาด ที่เป็นภัยร้ายคุกคามมากมายไปทั้งอาณาจักรอย่าง โรคฝีดาษ หรือ ไข้ทรพิษ เป็นโรคติดต่อร้ายแรง ที่มีลักษณะเฉพาะ คือมีผื่นขึ้นตามตัว ชาวตะวันตกนั้น ได้นำโรคฝีดาษไปแพร่ระบาดแก่คนพื้นเมืองในอเมริกาใต้อย่างรุนแรง ชนพื้นเมืองที่ไม่มีภูมิคุ้มกันโรค เลยต้องตายเป็นจำนวนมากจนแทบอาณาจักรล่มสลาย

การบูชายันมนุษย์ ที่ มาชู ปิกชู ?

อินติฮัวตานา

จากหลักฐานที่ค้นพบแทบไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะมีการบูชายันมนุษย์ขึ้นที่ มาชู ปิกชู แต่ได้มีการพบหลักฐานว่า มีการบูชายันสัตว์ ที่แท่นบูชาคอนดอล์ เพราะที่ไม่เชื่อว่ามีการบูชายันมนุษย์เกิดขึ้นเพราะอารยธรรมอินคาได้มีความเชื่อในเรื่องของโลกหลังความตาย โดยเมื่อขุนนางผู้ล่วงลับไปยังชีวิตหลังความตาย จะต้องมีผู้ติดตามถูกบูชายันให้ไปยังโลกหลังความตายด้วย เทพเจ้าของชาวอินคาคือพระอาทิตย์ ชาวอินคานั้นนับถือพระอาทิตย์เป็นเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่และจะมีการบูชาพระอาทิตย์ และยังมีความเชื่ออีกว่าลมเปรียบเสมือนปีศาจที่ทำให้อากาศหนาวเย็นจนถึงกระดูกเพราะฉะนั้น ทุกๆเมืองของชาวอินคา จะมีก้อนหินสลักขนาดใหญ่ ซึ่งเรียกว่า “อินติฮัวตานา” ซึ่งนับเป็นเครื่องหมายบอกวันที่พระอาทิตย์โคจรข้ามศีรษะในช่วงเวลาเที่ยง ซึ่งเวลาดังกล่าวของชาวอินคาและนักบวชจะไปร่วมชุมนุมทำพิธีบูชาพระอาทิตย์ โดยสวดมนต์ขอบคุณพระอาทิตย์ที่ให้แสงสว่าง ให้ความอบอุ่น


เรียบเรียงโดย นางสาวอรญา  โหมดวัฒนะ

นักศึกษาฝึกงานระดับปริญญาตรี คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ

ขอบคุณภาพจาก shutterstock

ขอบคุณทุกๆท่านที่ให้ความสนใจเข้ามาอ่านอย่างมากครับ

หากชอบบทความ หรือเห็นว่าเป็นประโยชน์ สามารถกดแชร์ ให้เพื่อนๆได้อ่านต่อด้วยนะครับ

สามารถติดตามเราได้ที่ Facebook www.facebook.com/greenlandholiday

หากสนใจเดินทางท่องเที่ยว หรือขอคำปรึกษาเกี่ยวกับทัวร์ต่างประเทศกรุณาติดต่อ

โทร. 022949742

greenlandtour@hotmail.com

Line id : @greenlandtour

www.greenlandholidaytour.com