ทะเลเดดซี. .ทะเลที่คุณไม่มีวันจม

ทะเลเดดซี. .ทะเลที่คุณไม่มีวันจม

หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลก จุดหมายปลายที่ไม่ได้อยู่แค่จินตนาการทางของนักผจญภัยจากทุกมุมโลก

ทะเลเดดซี ตั้งอยู่ในเขตแดนประเทศจอร์แดน และอิสราเอล อยู่ระหว่างเทือกเขายูเดียที่ด้านเหนือ และที่ราบสูงทรานสจอร์แดนที่ด้านตะวันออก ระดับน้ำอยู่ต่ำที่สุดในบรรดาทะเลทั้งหลาย กล่าวคือต่ำกว่าระดับน้ำทะเลปานกลางลงไปอีกประมาณ 400 เมตร ตอนเหนือเป็นของจอร์แดน ตอนใต้แบ่งเป็นของจอร์แดนและอิสราเอล แต่หลังสงครามอาหรับอิสราเอล กองทัพอิสราเอลยังคงครอบคลุมพื้นที่ฝั่งตะวันตกทั้งหมดอยู่

ต้นกำเนิดมาจากแม่น้ำจอร์แดน เป็นแม่น้ำสายหลักไหลมาสู่พื้นที่ของทะเลเดดซี และด้วยความที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลอื่น น้ำในทะเลเดดซีจึงระเหยออกไปเองด้วยอุณหภูมิอันร้อนระอุในบริเวณนั้น แถมฝนตกน้อยด้วยแล้วก็เติมขึ้นมาใหม่จากแม่น้ำจอร์แดนที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุอย่างโซเดียมหรือแมกนีเซียม แล้วก็ระเหยไปอีกเป็นอย่างนี้ต่อไปเรื่อย ๆ จนตัวทะเลเดดซีสะสมแร่ธาตุและเกลือมากขึ้น จนปัจจุบันมีความเค็มมากว่าน้ำทะเลทั่วไปถึงเกือบ 10 เท่า โดยทะเลเดดซีมีส่วนผสมของเกลืออยู่ที่ 34.2% หมายความว่าในน้ำทะเลเดดซี 1 กิโลกรัม จะมีเกลือละลายอยู่ถึง 342 กรัม เลยทีเดียว ในขณะที่น้ำทะเลทั่วไปมีส่วนผสมของเกลืออยู่ที่ประมาณ 3.5% หรือน้ำทะเลทั่วไป 1 กิโลกรัม จะมีเกลืออยู่ 35 กรัม เท่านั้น ด้วยเหตุนี้ทำให้ไม่มีสิ่งมีชีวิตใด ๆ สามารถอยู่ในทะเลเดดซีนี้ได้ยกเว้น เชื้อราและแบคทีเรียบางชนิดเท่านั้น จึงเป็นที่มาของคำว่า เดดซี (Dead Sea) หรือทะเลมรณะนั่นเอง เพราะไม่มีสิ่งมีชีวิตใดสามารถอาศัยอยู่ในทะเลนี้ได้เลย แม้แต่อย่างเดียว ทำให้ทะเลนี้ได้ชื่อว่าเป็น ทะเลแห่งความตาย ไปเลย เพราะทะเลสาบแห่งนี้มีความเข้มข้นของเกลือมาก แบบว่าเค็มจนไม่มีอะไรมาอยู่ได้ ปลาหรือสิ่งมีชีวิตใดๆ ไม่สามารถอาศัยอยู่ได้เลย ยกเว้นจำพวกแบคทีเรีย และพวกพืชขนาดเล็กมาก เช่น เห็ด รา เชื่อกันว่า ปลาน้อยปลาใหญ่จากแม่น้ำจอร์แดนที่หลงว่ายเข้ามา พวกมันก็ตายทันทีที่เข้ามาถึงทะเลแห่งนี้

อีกสมญานาม คือ ทะเลที่ไม่มีวันจม เนื่องจากความเข้มข้นของเกลือละลายอยู่สูง ทำให้คนสามารถลอยตัวในเดดซีได้อย่างสบายราวกับมีห่วงยางอยู๋ในตัว

ทะเลเดดซี มีความยาวประมาณ 80 กิโลเมตร และมีความกว้างถึง 18 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ถึง1,020 ตารางกิโลเมตร มีแหลมอัลลิซาน ซึ่งคำว่า อัลลิซาน แปลว่า “ลิ้น” ซึ่งแบ่งทะเลสาบด้านตะวันออกเป็นสองส่วน
ชาวอาหรับ จะเรียกทะเลสาบเดดซีนี้ว่า อัลบาห์รัลไมยิต ซึ่งมีหมายความว่า ทะเลแห่งความตาย ความหมายเดียวกันกับ คำว่า เดดซี ที่หมายถึงความตาย

ในภาษาฮีบรู จะเรียกทะเลสาบแห่งนี้ว่า ยัมฮาเมละฮ์ หมายความว่า ทะเลเกลือ สำหรับทะเลสาบเดดซี เป็นจุดหมายปลายทางของผู้ชื่นชอบในการเดินทางไปในสถานที่ต่าง ๆ เป็นทะเลที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่เลย ทำไมถึงไม่จม ?
สาเหตุที่ทำเราไม่จมในทะเลเดดซี ก็เป็นเพราะน้ำในทะเลซึ่งมีเกลือละลาย อยู่ในน้ำมากถึง 25% ทำให้น้ำในทะเลเดดซี มีความหนาแน่นมากเป็นพิเศษ คนที่ลงไปเล่นน้ำในทะเลสาบแห่งนี้จะไม่มีวันจมน้ำ ไม่ว่าจะตัวเราจะอ้วน หรือหนักขนาดไหนก็ยังความหนาแน่นน้อยกว่าน้ำของทะเลสาบอยู่ดี ทะเลเดดซี

น้ำมีความหนาแน่นมากจนทำให้เราสามารถลอยตัวอยู่ได้โดยไม่จม  การลงเล่นน้ำในทะเลเดดซีจึงกลายเป็นกิจกรรมท้าทายหลักของผู้ที่มาเยือน นักท่องเที่ยวมากหน้าหลายตาจากทุกมุมโลก ต่างเดินทางไปท่องเที่ยวพิสูจน์ความไม่มีวันจมของเดดซีอย่างมากมาย

พอกโคลนเดดซี

พอกโคลนเดดซี

โคลนที่นี่ถือว่าเป็นโคลนที่ดีที่สุดในโลก อีกหนึ่งกิจกรรมที่เป็นที่นิยมของผู้คน ไม่แพ้การลอยตัว คือ การเอาโคลนบริเวณทะเลเดดซี มาพอกหน้าทำสปาโคลนกันด้วย เนื่องจากทะเลเดดซีเป็นแหล่งน้ำปิดทึบ ไม่มีทางไหลเข้า – ออก ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งรวมสารพัดธาตุ ไม่ว่าจะเป็นโคลน ดิน น้ำ และเกลือ ตามที่กล่าวไปข้างต้น ว่าทะเลเดดซีแห่งนี้อุดมไปด้วยแร่ธาตุ และวิตามิน ที่สะสมมาอย่างยาวนาน ซึ่งแร่ธาตุเหล่านี้มีประโยชน์กับระบบของร่างกาย 2 ระบบ คือ

  • ด้านผิวพรรณ (Skin System) ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระที่ก่อให้เกิดปัญหาผิวต่างๆ เช่น ริ้วรอย สิว ฝ้า กระ ผิวหมองคล้ำ ช่วยเพิ่มกลไกการทำงานของเซลล์ให้แข็งแรงขึ้น เร่งการเสริมสร้างเซลล์ผิวใหม่ บรรเทาปัญหาผิวที่เกิดจากการแพ้ระคายเคืองหรืออักเสบ และฟื้นฟูสภาพผิวที่อ่อนแอจากปัจจัยต่างๆ เช่น การถูกทำร้ายโดยแสงแดด หรือจากการแพ้เครื่องสำอาง
  • ด้านสุขภาพภายใน (Body Immune System) เป็นองค์ประกอบสำคัญต่อการทำงานของเซลล์กล้ามเนื้อ เส้นประสาท เอนไซน์ และฮอร์โมน ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ แร่ธาตุสำคัญที่เป็นหัวใจสำคัญแห่งการฟื้นฟูผิว

จึงเชื่อกันว่า การทำสปาโคลนจากเดดซีจะช่วยปรับสมดุลในร่างกาย กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ตลอดจนการฟื้นฟูผิว โดยเฉพาะผิวหน้า

เดดซีควรไปเที่ยวช่วงไหนดี. .สำหรับช่วงที่ดีที่สุดสำหรับการมาท่องเที่ยวในประเทศจอร์แดนคือช่วงเดือนเมษายนและเดือนตุลาคม เพราะจะเป็นช่วงคาบเกี่ยวของการเปลี่ยนฤดูกาล ทำให้พอมีลมช่วยระบายลดความร้อนแรงของพระอาทิตย์ อากาศกำลังสบาย ไม่ร้อน ไม่หนาวจนเกินไป เหมาะสำหรับการมาท่องเที่ยวที่สุด

แหลมอัลลิซาน (Al Lisan Peninsula) แห่งเดดซี

แหลมอัลลิซาน

นอกจากการลอยตัวในทะเลและการพอกโคลนทำสปา ที่เป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมทำกันแล้ว ยังมีอีกหนึ่งแลนด์มาร์ค ที่พลาดไม่ได้เมื่อมาท่องเที่ยวเดดซี นั่นก็คือ การออกไปเดินถ่ายรูปที่ แหลมอัลลิซาน ซึ่งเป็นแผ่นดินที่ยื่นออกไปในท้องน้ำ ที่แยกทะเลเดดซีออกเป็น 2 ฝั่งนั่นเอง เมื่ออากาศร้อนจัด น้ำจากทะเลสาบที่ระเหยจะตกผลึกเกลือสีขาวราวกับสำลีอย่างหนาแน่น บวกกับท้องฟ้าสีครามสดใส จึงเหมาะสำหรับการถ่ายรูปเก็บไว้ว่าครั้งหนึ่งเคยมาเหยียบเดดซีแห่งนี้

การจะเข้าไปเที่ยวเล่นและใช้บริการทะเลเดดซีได้นั้นจะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่รัฐอย่างเคร่งครัด โดยเราต้องเสียค่าเข้า ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 20 JOD หรือราว ๆ 846.5 บาท ให้กับโรงแรม หรือที่พัก ที่ตั้งอยู่ริมเดดซีแห่งนี้ แนะนำให้คุณจองห้องพักเอาไว้เลย เพื่อที่จะได้ลงเล่นน้ำในทะเลเดดซีได้อย่างสบายใจ โดยไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม

สุดท้ายนี้มันคงเป็นประสบการณ์สุดแสนเลิศล้ำ หากคุณได้ไปนอนลอยตัวอยู่ในทะเลแห่งนี้ ที่มันไม่ได้มีแต่ในจินตนาการ


เรียบเรียงโดย นางสาวศิรินดา โชติศรีนิล

นักศึกษาฝึกงานระดับปริญญาตรี คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ

ขอบคุณภาพจาก shutterstock

ขอบคุณทุกๆท่านที่ให้ความสนใจเข้ามาอ่านอย่างมากครับ

หากชอบบทความ หรือเห็นว่าเป็นประโยชน์ สามารถกดแชร์ ให้เพื่อนๆได้อ่านต่อด้วยนะครับ

สามารถติดตามเราได้ที่ Facebook www.facebook.com/greenlandholiday

หากสนใจเดินทางท่องเที่ยว หรือขอคำปรึกษาเกี่ยวกับทัวร์ต่างประเทศ

กรุณาติดต่อ โทร. 022949742

greenlandtour@hotmail.com

Line id : @greenlandtour

www.greenlandholidaytour.com